คู่มือวัคซีนผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ปี 2569 : สรุปคำแนะนำสมาคมโรคติดเชื้อฯ ตารางฉีดตามช่วงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรัง
เจาะลึกแนวทางที่มีการปรับปรุงใหม่ 7 วัคซีน ตารางฉีดตามช่วงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรัง พร้อมแนวทางปฏิบัติเมื่อเลยกำหนดนัด
โรคติดเชื้อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในกลุ่มประชากรผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในบริบทของสังคมผู้สูงวัยที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังและภาวะภูมิคุ้มกันถดถอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การได้รับวัคซีนที่เหมาะสมตามช่วงวัยและระดับความเสี่ยงจึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดอัตราการนอนโรงพยาบาลและลดการเสียชีวิต
เพื่อเป็นแนวทางเวชปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ร่วมกับ 7 สมาคมวิชาชีพและ 1 ราชวิทยาลัย ได้เผยแพร่ “คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ปี พ.ศ. 2569 (Recommended Adult and Elderly Immunization 2026)” ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงครั้งสำคัญต่อเนื่องจากฉบับปี พ.ศ. 2566 และ 2568 โดยครอบคลุมทั้งวัคซีนชนิดใหม่ สูตรการฉีดที่กระชับขึ้น และหลักเกณฑ์การบริหารจัดการวันนัดหมายอย่างแม่นยำ
สรุป 7 ไฮไลท์การอัปเดตวัคซีนสำคัญปี 2569 (Key Updates 2026)
การปรับปรุงแนวทางเวชปฏิบัติในปี พ.ศ. 2569 ได้นำหลักฐานเชิงประจักษ์และการขึ้นทะเบียนวัคซีนใหม่ในประเทศไทยมาประยุกต์ใช้ โดยมี 7 จุดเปลี่ยนสำคัญที่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ต้องทราบ:
วัคซีนนิวโมค็อกคัส PCV20 ฉีด 1 โดสจบเดี่ยว
การมาถึงของวัคซีนคอนจูเกต 20 สายพันธุ์ (PCV20) ช่วยลดความยุ่งยากของสูตรเดิม โดยแนะนำให้ฉีด 1 โดสจบเดี่ยวในผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป หรืออายุ 18–64 ปีที่มีโรคประจำตัว โดยไม่จำเป็นต้องตามด้วย PPSV23 อีกต่อไป (สำหรับผู้มีอายุ 50–64 ปีที่ไม่มีโรคร่วม สามารถพิจารณาฉีดได้เช่นกัน)
วัคซีนอาร์เอสวี (RSV) ขึ้นทะเบียนใหม่ในไทย
แนะนำชนิด bivalent RSVpreF (Abrysvo) 1 โดส ใน หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 24–36 สัปดาห์ (เน้น 28–32 สัปดาห์) โดย ห้ามใช้วัคซีนชนิดมี adjuvant (Arexvy) ในหญิงตั้งครรภ์เด็ดขาด และแนะนำวัคซีน RSV ใน ผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไปทุกคน รวมถึงผู้มีอายุ 50–74 ปีที่มีโรคประจำตัวเสี่ยงสูง
วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ (RZV)
แนะนำ RZV 2 โดส (ห่างกัน 2–6 เดือน) ในผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป และขยายข้อบ่งชี้ไปยังผู้มีอายุ 18–49 ปีที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 5 โดยเว้นห่าง 1–2 เดือน ไม่แนะนำวัคซีนชนิดเชื้อเป็น (ZVL) ในกลุ่มนี้
วัคซีนไข้เลือดออก TAK-003 (Qdenga)
วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ 2 โดส (ฉีดใต้ผิวหนังที่ 0 และ 3 เดือน) แนะนำสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18–60 ปี ทั้งผู้ที่เคยและไม่เคยติดเชื้อมาก่อน โดยไม่ต้องตรวจเลือดก่อนฉีด แต่มีข้อห้ามเคร่งครัดคือ ห้ามฉีดก่อนวันนัดเด็ดขาด ห้ามในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร
วัคซีนเอชพีวี (HPV) ขยายความครอบคลุม
สนับสนุนการฉีดทั้งเพศหญิงและชาย โดยผู้มีอายุ 15–45 ปี ฉีดสูตร 3 โดส ที่ 0, 1–2 และ 6 เดือน สำหรับผู้ที่มีอายุ 27–45 ปี แนะนำการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์กับผู้รับวัคซีน (Shared Clinical Decision-Making)
วัคซีนไข้หวัดใหญ่สูตรเสริมประสิทธิภาพ
แนะนำวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี โดยในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถพิจารณา วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง (High-dose) เพื่อกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นและลดอัตราการนอนโรงพยาบาลจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
วัคซีนโควิด 19 (COVID-19) สายพันธุ์ล่าสุด
แนะนำการฉีดวัคซีนสายพันธุ์ที่เป็นปัจจุบัน (JN.1 / KP.2) ปีละ 1 โดส โดยเน้นกลุ่มเสี่ยงสูง (กลุ่ม 608 และผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง) โดยเว้นห่างจากโดสก่อนหน้าหรือประวัติการติดเชื้อครั้งล่าสุดอย่างน้อย 3 เดือน
ตารางระยะห่างและสูตรคำนวณวันนัดวัคซีนผู้ใหญ่
สรุปเกณฑ์มาตรฐานตามแนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (IDAT 2569) เพื่อการกำหนดวันนัดหมายและประเมินความถูกต้องของโดสวัคซีนในคลินิก:
| ชนิดวัคซีน | จำนวนโดส | ระยะห่างมาตรฐาน (Schedule) | ระยะห่างขั้นต่ำ (Minimum Interval) | เงื่อนไขวันนัดกรณีพิเศษ (IDAT 2569) |
|---|---|---|---|---|
|
งูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์
RZV (Shingrix)
เชื้อตาย/ซับยูนิต
|
2 โดส | ฉีดห่างกัน 2–6 เดือน |
4 สัปดาห์
(หากโดส 2 ห่างจากโดสแรกไม่ถึง 4 สัปดาห์ ต้องฉีดซ้ำเพิ่ม 1 โดส) |
• ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ฉีดห่างกัน 1–2 เดือน
• ผู้ที่เคยเป็นงูสวัด ให้เว้นอย่างน้อย 3–6 เดือน หลังหายดี
• เคยได้วัคซีนเชื้อมีชีวิต (ZVL) มาก่อน ให้เว้นห่างอย่างน้อย 2 เดือน
|
|
ไข้เลือดออก
TAK-003 (Qdenga)
เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์
|
2 โดส | ฉีดที่ 0 และ 3 เดือน | 3 เดือน *(ห้ามฉีดก่อนนัด)* |
• ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง (SC) ห้ามในหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร
• ผู้ที่เพิ่งหายจากไข้เลือดออก ให้เว้นอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนเริ่มฉีด
• ผู้เดินทางจากพื้นที่ไม่ระบาดเข้าสู่แหล่งระบาด (≥4 สัปดาห์) ควรได้โดสแรกอย่างน้อย 14 วัน ก่อนเดินทาง
|
|
มะเร็งปากมดลูก
HPV (9-valent / 4-valent)
Recombinant VLP
|
3 โดส (อายุ ≥15 ปี) | ฉีดที่ 0, 1–2 และ 6 เดือน |
• โดส 1 ไป 2: ห่าง ≥1 เดือน
• โดส 2 ไป 3: ห่าง ≥3 เดือน
• โดส 1 ไป 3: ห่าง ≥5 เดือน
|
หากตั้งครรภ์ขณะยังฉีดไม่ครบ ให้หยุดพักและมาฉีดโดสที่เหลือต่อหลังคลอด (ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่) |
|
ไวรัสตับอักเสบบี
Hepatitis B (HepB)
เชื้อตาย/รีคอมบิแนนท์
|
3 โดส | ฉีดที่ 0, 1 และ 6 เดือน |
• โดส 1 ไป 2: ห่าง ≥4 สัปดาห์
• โดส 2 ไป 3: ห่าง ≥8 สัปดาห์
(และโดส 3 ต้องห่างจากโดส 1 ≥16 สัปดาห์)
|
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 4–5 ที่ต้องการเร่งภูมิ สามารถฉีดสูตรเร่งด่วน 4 โดส ที่ 0, 1, 4 และ 8 สัปดาห์ (ขนาด 40 mcg) |
|
นิวโมค็อกคัส
PCV20 / PCV15 / PPSV23
Conjugate / Polysaccharide
|
1–2 โดส |
• สูตร PCV20: ฉีด 1 โดสจบ
• หรือสูตร PCV13/15 ตามด้วย PPSV23
|
ระยะห่าง PCV13/15 ไป PPSV23:
• กลุ่มเสี่ยงทั่วไป: เว้น >1 ปี
• ภูมิคุ้มกันบกพร่อง: เว้น >8 สัปดาห์
|
• ผู้ใหญ่ทั่วไป/กลุ่มเสี่ยงไม่บกพร่องภูมิคุ้มกัน ที่เคยได้ PPSV23: เว้น >1 ปี ก่อนฉีด PCV20
• กลุ่มภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่เคยได้ PPSV23: ต้องเว้นอย่างน้อย >5 ปี ก่อนฉีด PCV20
|
|
อาร์เอสวี (RSV)
ผู้สูงอายุ / หญิงตั้งครรภ์
Protein Subunit
|
1 โดส |
• ผู้สูงอายุ ≥75 ปีทุกคน: ฉีด 1 โดส
• อายุ 50–74 ปีที่มีโรคประจำตัว: ฉีด 1 โดส
• หญิงตั้งครรภ์ (Abrysvo): อายุครรภ์ 24–36 สัปดาห์
|
• หญิงตั้งครรภ์: ได้รับก่อนคลอดอย่างน้อย 15 วัน
• ปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำโดสกระตุ้น
|
• หญิงตั้งครรภ์แนะนำช่วง 28–32 สัปดาห์ เพื่อประโยชน์สูงสุด และ ห้ามใช้วัคซีนชนิด Arexvy ในหญิงตั้งครรภ์เด็ดขาด
• ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง แนะนำฉีดก่อนเข้าสู่ฤดูระบาด (ก.ค.–พ.ย.)
|
กฎเหล็กทางคลินิกเรื่องวันนัดฉีดวัคซีน (Clinical Rules for Appointment)
การนัดฉีดวัคซีนจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย โดยมีกฎสำคัญในการบริหารจัดการวันนัดหมายตามแนวทางสมาคมโรคติดเชื้อฯ ดังต่อไปนี้:
3.1 การฉีด "เร็วกว่ากำหนดนัด" และกฎ 4 วัน (4-Day Grace Period)
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือผู้ป่วยมาก่อนกำหนดนัด ซึ่งต้องแยกพิจารณาตาม ชนิดของวัคซีน อย่างเคร่งครัด:
วัคซีนชนิดเชื้อตายและซับยูนิต
Inactivated / Recombinant Vaccines
อนุโลมให้ฉีดก่อนวันนัดได้ ไม่เกิน 4 วัน (4-Day Grace Period) โดยยังถือว่าเป็นโดสที่สมบูรณ์และยอมรับได้ (Valid Dose)
วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์
Live-Attenuated Vaccines
"ไม่แนะนำให้ฉีดเร็วกว่ากำหนดนัดโดยเด็ดขาด" เนื่องจากแอนติบอดีที่ยังค้างอยู่จะเข้าทำลายเชื้อในวัคซีนก่อนเริ่มแบ่งตัวกระตุ้นภูมิ ส่งผลให้การสร้างภูมิคุ้มกันล้มเหลว
3.2 การฉีด "เลยกำหนดนัด" (Delayed / Overdue Doses)
หลักการสำคัญที่สุด: หากผู้รับบริการมาฉีดช้ากว่ากำหนดนัด สามารถฉีดวัคซีนโดสถัดไปได้ทันทีและนับต่อได้เลย "ไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่" ในทุกชนิดวัคซีน
การเว้นช่วงห่างนานกว่าเกณฑ์มาตรฐานไม่ได้ทำให้ระดับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันสุดท้าย (Final Antibody Titre) ลดลง ร่างกายมีเซลล์หน่วยความจำ (Memory cells) คอยจดจำแอนติเจนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่ต้องให้ผู้ป่วยฉีดซ้ำเข็มแรก
3.3 การบริหารวัคซีนหลายชนิดพร้อมกัน (Co-administration Rules)
- ฉีดพร้อมกันในวันเดียวกันได้: สามารถฉีดวัคซีนหลายชนิดพร้อมกันในวันเดียวกันได้โดยแยกตำแหน่งฉีด เช่น แขนซ้ายและแขนขวา หากฉีดแขนข้างเดียวกัน ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 นิ้ว (2.5 ซม.) และ ห้ามผสมรวมในกระบอกฉีดยาเดียวกัน
- เงื่อนไขวัคซีนเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ (Live Vaccines): หากไม่ได้ฉีดพร้อมกันในวันเดียวกัน จะต้องเว้นระยะห่างจากกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ (28 วัน) เพื่อป้องกันการรบกวนของ Interferon ที่ถูกสร้างขึ้นจากวัคซีนตัวแรก
- วัคซีนเชื้อตาย (Inactivated): สามารถให้ก่อน หลัง หรือพร้อมกับวัคซีนอื่นกี่วันก็ได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาห่างระหว่างกัน
3.4 ระยะเว้นห่างหลังได้รับเลือดและผลิตภัณฑ์แอนติบอดี
แอนติบอดีในเลือดหรือพลาสมาจะไปจับทำลายเชื้อในวัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิต จึงต้องเว้นระยะก่อนฉีด วัคซีน MMR และ วัคซีนอีสุกอีใส ดังนี้:
เซรุ่มพิษสุนัขบ้าจากคน (HRIG)
Human Rabies Ig (20 IU/kg)เม็ดเลือดแดงเข้มข้น (PRCs)
Packed Red Cells (10 mL/kg)พลาสมาหรือเกล็ดเลือด
FFP / Platelets (10 mL/kg)อิมมูโนโกลบูลิน (IVIG)
ขนาด 300–400 mg/kgข้อแนะนำสำหรับกลุ่มประชากรเฉพาะ (Special Populations)
หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- แนะนำ: Tdap หรือ TdaP (อายุครรภ์ 20–32 สัปดาห์ หรือให้ได้ตั้งแต่ 16 สัปดาห์), ไข้หวัดใหญ่ (เน้นช่วง 12–20 สัปดาห์หรือทุกช่วง), RSV ชนิด bivalent (Abrysvo) อายุครรภ์ 24–36 สัปดาห์ (เน้น 28–32 สัปดาห์)
- ข้อห้ามเด็ดขาด: วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตทุกชนิด (MMR, อีสุกอีใส, TAK-003) และ ห้ามใช้วัคซีน RSV ชนิด Arexvy ในหญิงตั้งครรภ์
- หญิงให้นมบุตร: ห้ามฉีดวัคซีนไข้เลือดออก TAK-003
- หญิงวัยเจริญพันธุ์ควรคุมกำเนิดหลังได้วัคซีนเชื้อเป็นอย่างน้อย 1 เดือน
ผู้ไม่มีม้าม (Asplenia)
- เสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดมีแคปซูล (Encapsulated organisms) อย่างรุนแรง
- จำเป็นต้องได้รับ (3 ชนิด): นิวโมค็อกคัส (PCV20), ไข้กาฬหลังแอ่นกลุ่ม B (MenB), และไข้กาฬหลังแอ่นกลุ่ม ACWY (MenACWY) (ในไทยไม่มีวัคซีน Hib สำหรับผู้ใหญ่)
- ผ่าตัดแบบวางแผน ให้ฉีดก่อนผ่า ≥2 สัปดาห์ หากผ่าฉุกเฉิน ให้ฉีดหลังผ่า 2 สัปดาห์ (หรือก่อนกลับบ้านหากเสี่ยงไม่มาตามนัด)
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
- ผู้ป่วยเบาหวาน, โรคหัวใจ, ปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD), โรคไต, โรคตับ: แนะนำ PCV20, ไข้หวัดใหญ่ประจำปี, RSV (อายุ 50–74 ปีที่มีความเสี่ยงสูง), ไข้เลือดออก (TAK-003)
- ผู้ป่วยโรคไตระยะ 5 หรือล้างไต: แนะนำ RZV (งูสวัด 2 โดส) และไวรัสตับอักเสบบีสูตรเข้มข้น 40 mcg (4 โดส ที่ 0, 1, 2, 6 เดือน หรือสูตรเร่งด่วน 0, 1, 4, 8 สัปดาห์)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนับวันนัดวัคซีน (FAQ)
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการจัดตารางนัดหมายและการเข้ารับวัคซีนในคลินิก:
Q1 ถ้าฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไปแล้ว จะฉีดรุ่นใหม่อีกครั้งต้องเว้นห่างเท่าไหร่?
Q2 กรณีต้องผ่าตัดม้าม (Splenectomy) ควรจัดวันนัดฉีดวัคซีนอย่างไร?
Q3 มีอาการหวัด มีน้ำมูกเล็กน้อย เลื่อนนัดฉีดวัคซีนดีไหม?
Q4 ถ้าเลยกำหนดนัดฉีดวัคซีนเข็ม 2 หรือเข็ม 3 มานานหลายเดือน ต้องเริ่มต้นฉีดเข็มแรกใหม่หรือไม่?
เอกสารอ้างอิงทางคลินิก (Clinical References)
- สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ร่วมกับ 7 สมาคมวิชาชีพและ 1 ราชวิทยาลัย. คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ปี พ.ศ. 2569 (Recommended Adult and Elderly Immunization 2026). เผยแพร่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569.
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). General Best Practice Guidance for Immunization: Timing and Spacing of Immunobiologics. ACIP Guidelines.
- คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค. ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2562. กรุงเทพฯ: บริษัท เวิร์คพริ้นติ้ง จำกัด; 2562. หน้า 19–32.