EasyMedCal ระบบคำนวณทางการแพทย์ออนไลน์
สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (IDAT) เวลาอ่านประมาณ 8 นาที

คู่มือวัคซีนผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ปี 2569 : สรุปคำแนะนำสมาคมโรคติดเชื้อฯ ตารางฉีดตามช่วงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรัง

เจาะลึกแนวทางที่มีการปรับปรุงใหม่ 7 วัคซีน ตารางฉีดตามช่วงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรัง พร้อมแนวทางปฏิบัติเมื่อเลยกำหนดนัด

อ้างอิง:

โรคติดเชื้อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในกลุ่มประชากรผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในบริบทของสังคมผู้สูงวัยที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังและภาวะภูมิคุ้มกันถดถอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การได้รับวัคซีนที่เหมาะสมตามช่วงวัยและระดับความเสี่ยงจึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดอัตราการนอนโรงพยาบาลและลดการเสียชีวิต

เพื่อเป็นแนวทางเวชปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ร่วมกับ 7 สมาคมวิชาชีพและ 1 ราชวิทยาลัย ได้เผยแพร่ “คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ปี พ.ศ. 2569 (Recommended Adult and Elderly Immunization 2026)” ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงครั้งสำคัญต่อเนื่องจากฉบับปี พ.ศ. 2566 และ 2568 โดยครอบคลุมทั้งวัคซีนชนิดใหม่ สูตรการฉีดที่กระชับขึ้น และหลักเกณฑ์การบริหารจัดการวันนัดหมายอย่างแม่นยำ

1

สรุป 7 ไฮไลท์การอัปเดตวัคซีนสำคัญปี 2569 (Key Updates 2026)

การปรับปรุงแนวทางเวชปฏิบัติในปี พ.ศ. 2569 ได้นำหลักฐานเชิงประจักษ์และการขึ้นทะเบียนวัคซีนใหม่ในประเทศไทยมาประยุกต์ใช้ โดยมี 7 จุดเปลี่ยนสำคัญที่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ต้องทราบ:

1

วัคซีนนิวโมค็อกคัส PCV20 ฉีด 1 โดสจบเดี่ยว

การมาถึงของวัคซีนคอนจูเกต 20 สายพันธุ์ (PCV20) ช่วยลดความยุ่งยากของสูตรเดิม โดยแนะนำให้ฉีด 1 โดสจบเดี่ยวในผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป หรืออายุ 18–64 ปีที่มีโรคประจำตัว โดยไม่จำเป็นต้องตามด้วย PPSV23 อีกต่อไป (สำหรับผู้มีอายุ 50–64 ปีที่ไม่มีโรคร่วม สามารถพิจารณาฉีดได้เช่นกัน)

2

วัคซีนอาร์เอสวี (RSV) ขึ้นทะเบียนใหม่ในไทย

แนะนำชนิด bivalent RSVpreF (Abrysvo) 1 โดส ใน หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 24–36 สัปดาห์ (เน้น 28–32 สัปดาห์) โดย ห้ามใช้วัคซีนชนิดมี adjuvant (Arexvy) ในหญิงตั้งครรภ์เด็ดขาด และแนะนำวัคซีน RSV ใน ผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไปทุกคน รวมถึงผู้มีอายุ 50–74 ปีที่มีโรคประจำตัวเสี่ยงสูง

3

วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ (RZV)

แนะนำ RZV 2 โดส (ห่างกัน 2–6 เดือน) ในผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป และขยายข้อบ่งชี้ไปยังผู้มีอายุ 18–49 ปีที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 5 โดยเว้นห่าง 1–2 เดือน ไม่แนะนำวัคซีนชนิดเชื้อเป็น (ZVL) ในกลุ่มนี้

4

วัคซีนไข้เลือดออก TAK-003 (Qdenga)

วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ 2 โดส (ฉีดใต้ผิวหนังที่ 0 และ 3 เดือน) แนะนำสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18–60 ปี ทั้งผู้ที่เคยและไม่เคยติดเชื้อมาก่อน โดยไม่ต้องตรวจเลือดก่อนฉีด แต่มีข้อห้ามเคร่งครัดคือ ห้ามฉีดก่อนวันนัดเด็ดขาด ห้ามในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร

5

วัคซีนเอชพีวี (HPV) ขยายความครอบคลุม

สนับสนุนการฉีดทั้งเพศหญิงและชาย โดยผู้มีอายุ 15–45 ปี ฉีดสูตร 3 โดส ที่ 0, 1–2 และ 6 เดือน สำหรับผู้ที่มีอายุ 27–45 ปี แนะนำการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์กับผู้รับวัคซีน (Shared Clinical Decision-Making)

6

วัคซีนไข้หวัดใหญ่สูตรเสริมประสิทธิภาพ

แนะนำวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี โดยในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถพิจารณา วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง (High-dose) เพื่อกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นและลดอัตราการนอนโรงพยาบาลจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

7

วัคซีนโควิด 19 (COVID-19) สายพันธุ์ล่าสุด

แนะนำการฉีดวัคซีนสายพันธุ์ที่เป็นปัจจุบัน (JN.1 / KP.2) ปีละ 1 โดส โดยเน้นกลุ่มเสี่ยงสูง (กลุ่ม 608 และผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง) โดยเว้นห่างจากโดสก่อนหน้าหรือประวัติการติดเชื้อครั้งล่าสุดอย่างน้อย 3 เดือน

2

ตารางระยะห่างและสูตรคำนวณวันนัดวัคซีนผู้ใหญ่

เลื่อนในแนวนอนเพื่อดูคอลัมน์ทั้งหมด

สรุปเกณฑ์มาตรฐานตามแนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (IDAT 2569) เพื่อการกำหนดวันนัดหมายและประเมินความถูกต้องของโดสวัคซีนในคลินิก:

ชนิดวัคซีน จำนวนโดส ระยะห่างมาตรฐาน (Schedule) ระยะห่างขั้นต่ำ (Minimum Interval) เงื่อนไขวันนัดกรณีพิเศษ (IDAT 2569)
งูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์
RZV (Shingrix) เชื้อตาย/ซับยูนิต
2 โดส ฉีดห่างกัน 2–6 เดือน 4 สัปดาห์

(หากโดส 2 ห่างจากโดสแรกไม่ถึง 4 สัปดาห์ ต้องฉีดซ้ำเพิ่ม 1 โดส)

• ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ฉีดห่างกัน 1–2 เดือน
• ผู้ที่เคยเป็นงูสวัด ให้เว้นอย่างน้อย 3–6 เดือน หลังหายดี
• เคยได้วัคซีนเชื้อมีชีวิต (ZVL) มาก่อน ให้เว้นห่างอย่างน้อย 2 เดือน
ไข้เลือดออก
TAK-003 (Qdenga) เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์
2 โดส ฉีดที่ 0 และ 3 เดือน 3 เดือน *(ห้ามฉีดก่อนนัด)*
• ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง (SC) ห้ามในหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร
• ผู้ที่เพิ่งหายจากไข้เลือดออก ให้เว้นอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนเริ่มฉีด
• ผู้เดินทางจากพื้นที่ไม่ระบาดเข้าสู่แหล่งระบาด (≥4 สัปดาห์) ควรได้โดสแรกอย่างน้อย 14 วัน ก่อนเดินทาง
มะเร็งปากมดลูก
HPV (9-valent / 4-valent) Recombinant VLP
3 โดส (อายุ ≥15 ปี) ฉีดที่ 0, 1–2 และ 6 เดือน
• โดส 1 ไป 2: ห่าง ≥1 เดือน
• โดส 2 ไป 3: ห่าง ≥3 เดือน
• โดส 1 ไป 3: ห่าง ≥5 เดือน
หากตั้งครรภ์ขณะยังฉีดไม่ครบ ให้หยุดพักและมาฉีดโดสที่เหลือต่อหลังคลอด (ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่)
ไวรัสตับอักเสบบี
Hepatitis B (HepB) เชื้อตาย/รีคอมบิแนนท์
3 โดส ฉีดที่ 0, 1 และ 6 เดือน
• โดส 1 ไป 2: ห่าง ≥4 สัปดาห์
• โดส 2 ไป 3: ห่าง ≥8 สัปดาห์
(และโดส 3 ต้องห่างจากโดส 1 ≥16 สัปดาห์)
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 4–5 ที่ต้องการเร่งภูมิ สามารถฉีดสูตรเร่งด่วน 4 โดส ที่ 0, 1, 4 และ 8 สัปดาห์ (ขนาด 40 mcg)
นิวโมค็อกคัส
PCV20 / PCV15 / PPSV23 Conjugate / Polysaccharide
1–2 โดส
• สูตร PCV20: ฉีด 1 โดสจบ
• หรือสูตร PCV13/15 ตามด้วย PPSV23
ระยะห่าง PCV13/15 ไป PPSV23:
• กลุ่มเสี่ยงทั่วไป: เว้น >1 ปี
• ภูมิคุ้มกันบกพร่อง: เว้น >8 สัปดาห์
• ผู้ใหญ่ทั่วไป/กลุ่มเสี่ยงไม่บกพร่องภูมิคุ้มกัน ที่เคยได้ PPSV23: เว้น >1 ปี ก่อนฉีด PCV20
กลุ่มภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่เคยได้ PPSV23: ต้องเว้นอย่างน้อย >5 ปี ก่อนฉีด PCV20
อาร์เอสวี (RSV)
ผู้สูงอายุ / หญิงตั้งครรภ์ Protein Subunit
1 โดส
ผู้สูงอายุ ≥75 ปีทุกคน: ฉีด 1 โดส
อายุ 50–74 ปีที่มีโรคประจำตัว: ฉีด 1 โดส
หญิงตั้งครรภ์ (Abrysvo): อายุครรภ์ 24–36 สัปดาห์
• หญิงตั้งครรภ์: ได้รับก่อนคลอดอย่างน้อย 15 วัน
• ปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำโดสกระตุ้น
• หญิงตั้งครรภ์แนะนำช่วง 28–32 สัปดาห์ เพื่อประโยชน์สูงสุด และ ห้ามใช้วัคซีนชนิด Arexvy ในหญิงตั้งครรภ์เด็ดขาด
• ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง แนะนำฉีดก่อนเข้าสู่ฤดูระบาด (ก.ค.–พ.ย.)
ต้องการคำนวณวันนัดเข็มถัดไปแบบอัตโนมัติ? ระบบคำนวณ EasyMedCal ได้รวบรวมตารางคำนวณวันครบกำหนดของแต่ละวัคซีนไว้เรียบร้อยแล้ว
เปิดใช้งานเครื่องมือ
3

กฎเหล็กทางคลินิกเรื่องวันนัดฉีดวัคซีน (Clinical Rules for Appointment)

การนัดฉีดวัคซีนจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย โดยมีกฎสำคัญในการบริหารจัดการวันนัดหมายตามแนวทางสมาคมโรคติดเชื้อฯ ดังต่อไปนี้:

3.1 การฉีด "เร็วกว่ากำหนดนัด" และกฎ 4 วัน (4-Day Grace Period)

ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือผู้ป่วยมาก่อนกำหนดนัด ซึ่งต้องแยกพิจารณาตาม ชนิดของวัคซีน อย่างเคร่งครัด:

วัคซีนชนิดเชื้อตายและซับยูนิต

Inactivated / Recombinant Vaccines

อนุโลมให้ฉีดก่อนวันนัดได้ ไม่เกิน 4 วัน (4-Day Grace Period) โดยยังถือว่าเป็นโดสที่สมบูรณ์และยอมรับได้ (Valid Dose)

ตัวอย่างวัคซีน: ไวรัสตับอักเสบบี, มะเร็งปากมดลูก (HPV), คอตีบ-บาดทะยัก (Td/Tdap), งูสวัด (RZV - Shingrix), นิวโมค็อกคัส (PCV20)

วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์

Live-Attenuated Vaccines

"ไม่แนะนำให้ฉีดเร็วกว่ากำหนดนัดโดยเด็ดขาด" เนื่องจากแอนติบอดีที่ยังค้างอยู่จะเข้าทำลายเชื้อในวัคซีนก่อนเริ่มแบ่งตัวกระตุ้นภูมิ ส่งผลให้การสร้างภูมิคุ้มกันล้มเหลว

ตัวอย่างวัคซีน: MMR (หัด-คางทูม-หัดเยอรมัน), อีสุกอีใส (Varicella), ไข้เลือดออกชนิด TAK-003 (Qdenga), ไข้เหลือง, ไข้สมองอักเสบเจอี (JE ชนิดเชื้อเป็น)
เกณฑ์กรณีโดสโมฆะและการฉีดซ้ำ (Invalid Dose Management):
วัคซีนชนิดเชื้อตาย: หากฉีดเร็วกว่ากำหนดเกินกว่า 4 วัน จะถือเป็น "โดสโมฆะ" ไม่สามารถนับในประวัติได้ ต้องนัดผู้ป่วยมาฉีดซ้ำใหม่โดยเว้นระยะห่างจากโดสโมฆะนั้นตามระยะห่างขั้นต่ำ
วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์: สมาคมฯ ไม่แนะนำให้ฉีดเร็วกว่ากำหนดนัด หากได้รับก่อนกำหนดจะถือว่าถูกแอนติบอดีหรืออินเตอร์เฟอรอนรบกวน และต้องฉีดซ้ำเช่นเดียวกัน

3.2 การฉีด "เลยกำหนดนัด" (Delayed / Overdue Doses)

หลักการสำคัญที่สุด: หากผู้รับบริการมาฉีดช้ากว่ากำหนดนัด สามารถฉีดวัคซีนโดสถัดไปได้ทันทีและนับต่อได้เลย "ไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่" ในทุกชนิดวัคซีน

การเว้นช่วงห่างนานกว่าเกณฑ์มาตรฐานไม่ได้ทำให้ระดับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันสุดท้าย (Final Antibody Titre) ลดลง ร่างกายมีเซลล์หน่วยความจำ (Memory cells) คอยจดจำแอนติเจนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่ต้องให้ผู้ป่วยฉีดซ้ำเข็มแรก

3.3 การบริหารวัคซีนหลายชนิดพร้อมกัน (Co-administration Rules)

  • ฉีดพร้อมกันในวันเดียวกันได้: สามารถฉีดวัคซีนหลายชนิดพร้อมกันในวันเดียวกันได้โดยแยกตำแหน่งฉีด เช่น แขนซ้ายและแขนขวา หากฉีดแขนข้างเดียวกัน ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 นิ้ว (2.5 ซม.) และ ห้ามผสมรวมในกระบอกฉีดยาเดียวกัน
  • เงื่อนไขวัคซีนเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ (Live Vaccines): หากไม่ได้ฉีดพร้อมกันในวันเดียวกัน จะต้องเว้นระยะห่างจากกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ (28 วัน) เพื่อป้องกันการรบกวนของ Interferon ที่ถูกสร้างขึ้นจากวัคซีนตัวแรก
  • วัคซีนเชื้อตาย (Inactivated): สามารถให้ก่อน หลัง หรือพร้อมกับวัคซีนอื่นกี่วันก็ได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาห่างระหว่างกัน

3.4 ระยะเว้นห่างหลังได้รับเลือดและผลิตภัณฑ์แอนติบอดี

แอนติบอดีในเลือดหรือพลาสมาจะไปจับทำลายเชื้อในวัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิต จึงต้องเว้นระยะก่อนฉีด วัคซีน MMR และ วัคซีนอีสุกอีใส ดังนี้:

เซรุ่มพิษสุนัขบ้าจากคน (HRIG)

Human Rabies Ig (20 IU/kg)
≥ 4 เดือน

เม็ดเลือดแดงเข้มข้น (PRCs)

Packed Red Cells (10 mL/kg)
≥ 6 เดือน

พลาสมาหรือเกล็ดเลือด

FFP / Platelets (10 mL/kg)
≥ 7 เดือน

อิมมูโนโกลบูลิน (IVIG)

ขนาด 300–400 mg/kg
≥ 8 เดือน
หากได้รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์แอนติบอดี ภายใน 2 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีน MMR หรืออีสุกอีใส จะต้องฉีดวัคซีนโดสนั้นซ้ำใหม่เมื่อพ้นระยะเวลาข้างต้น
4

ข้อแนะนำสำหรับกลุ่มประชากรเฉพาะ (Special Populations)

หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร

  • แนะนำ: Tdap หรือ TdaP (อายุครรภ์ 20–32 สัปดาห์ หรือให้ได้ตั้งแต่ 16 สัปดาห์), ไข้หวัดใหญ่ (เน้นช่วง 12–20 สัปดาห์หรือทุกช่วง), RSV ชนิด bivalent (Abrysvo) อายุครรภ์ 24–36 สัปดาห์ (เน้น 28–32 สัปดาห์)
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตทุกชนิด (MMR, อีสุกอีใส, TAK-003) และ ห้ามใช้วัคซีน RSV ชนิด Arexvy ในหญิงตั้งครรภ์
  • หญิงให้นมบุตร: ห้ามฉีดวัคซีนไข้เลือดออก TAK-003
  • หญิงวัยเจริญพันธุ์ควรคุมกำเนิดหลังได้วัคซีนเชื้อเป็นอย่างน้อย 1 เดือน

ผู้ไม่มีม้าม (Asplenia)

  • เสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดมีแคปซูล (Encapsulated organisms) อย่างรุนแรง
  • จำเป็นต้องได้รับ (3 ชนิด): นิวโมค็อกคัส (PCV20), ไข้กาฬหลังแอ่นกลุ่ม B (MenB), และไข้กาฬหลังแอ่นกลุ่ม ACWY (MenACWY) (ในไทยไม่มีวัคซีน Hib สำหรับผู้ใหญ่)
  • ผ่าตัดแบบวางแผน ให้ฉีดก่อนผ่า ≥2 สัปดาห์ หากผ่าฉุกเฉิน ให้ฉีดหลังผ่า 2 สัปดาห์ (หรือก่อนกลับบ้านหากเสี่ยงไม่มาตามนัด)

ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

  • ผู้ป่วยเบาหวาน, โรคหัวใจ, ปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD), โรคไต, โรคตับ: แนะนำ PCV20, ไข้หวัดใหญ่ประจำปี, RSV (อายุ 50–74 ปีที่มีความเสี่ยงสูง), ไข้เลือดออก (TAK-003)
  • ผู้ป่วยโรคไตระยะ 5 หรือล้างไต: แนะนำ RZV (งูสวัด 2 โดส) และไวรัสตับอักเสบบีสูตรเข้มข้น 40 mcg (4 โดส ที่ 0, 1, 2, 6 เดือน หรือสูตรเร่งด่วน 0, 1, 4, 8 สัปดาห์)
5

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนับวันนัดวัคซีน (FAQ)

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการจัดตารางนัดหมายและการเข้ารับวัคซีนในคลินิก:

Q1 ถ้าฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไปแล้ว จะฉีดรุ่นใหม่อีกครั้งต้องเว้นห่างเท่าไหร่?
คำตอบ: สามารถรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีรุ่นใหม่ได้ โดยเว้นระยะห่างจากโดสก่อนหน้า มากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 1 ปีเต็ม เช่น ผู้ที่ฉีดสายพันธุ์ซีกโลกใต้เมื่อต้นปี สามารถฉีดสายพันธุ์ซีกโลกเหนือในปลายปีเดียวกันได้หากผ่านไปแล้วเกิน 6 เดือน
Q2 กรณีต้องผ่าตัดม้าม (Splenectomy) ควรจัดวันนัดฉีดวัคซีนอย่างไร?
คำตอบ: หากเป็นการผ่าตัดแบบวางแผนล่วงหน้า (Elective) ให้ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อแคปซูล (นิวโมค็อกคัส และไข้กาฬหลังแอ่น MenB, MenACWY) ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แต่หากเป็นกรณีผ่าตัดฉุกเฉิน (Emergency Splenectomy) ให้นัดฉีด หลังผ่าตัดแล้ว 2 สัปดาห์ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันฟื้นตัวและตอบสนองได้ดีที่สุด (หากเสี่ยงที่จะไม่มารับวัคซีนตามนัด สามารถฉีดก่อนจำหน่ายกลับบ้านได้)
Q3 มีอาการหวัด มีน้ำมูกเล็กน้อย เลื่อนนัดฉีดวัคซีนดีไหม?
คำตอบ: หากเป็นการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น หวัดธรรมดา ไม่มีไข้ หรือมีน้ำมูกเล็กน้อย สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องเลื่อนนัด แต่หากมีไข้สูง (>38°C) หรือเจ็บป่วยรุนแรงเฉียบพลัน แนะนำให้เลื่อนวันนัดออกไปจนกว่าอาการไข้จะสงบ เพื่อป้องกันความสับสนระหว่างอาการข้างเคียงของวัคซีนกับอาการของโรคเดิม
Q4 ถ้าเลยกำหนดนัดฉีดวัคซีนเข็ม 2 หรือเข็ม 3 มานานหลายเดือน ต้องเริ่มต้นฉีดเข็มแรกใหม่หรือไม่?
คำตอบ: ไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในทุกชนิดวัคซีน สามารถฉีดเข็มถัดไปต่อได้ทันที เนื่องจากร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันหน่วยความจำ (Memory cells) คอยจดจำอยู่แล้ว การเว้นห่างนานกว่ากำหนดไม่ลดทอนระดับภูมิคุ้มกันสุดท้ายที่ร่างกายสร้างขึ้น

เอกสารอ้างอิงทางคลินิก (Clinical References)

  1. สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ร่วมกับ 7 สมาคมวิชาชีพและ 1 ราชวิทยาลัย. คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ปี พ.ศ. 2569 (Recommended Adult and Elderly Immunization 2026). เผยแพร่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569.
  2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). General Best Practice Guidance for Immunization: Timing and Spacing of Immunobiologics. ACIP Guidelines.
  3. คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค. ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2562. กรุงเทพฯ: บริษัท เวิร์คพริ้นติ้ง จำกัด; 2562. หน้า 19–32.

คำนวณวันนัดวัคซีนผู้ใหญ่ อัปเดต 2569